เที่ยวเพลินในคาโงชิมะ! Vol.1 SAMURAI SPIRITS

ดินแดนแห่งวัฒนธรรมซามุไร ที่ไปได้ด้วยเที่ยวบินตรง

อำเภอคาโงชิมะ เป็นเขตตัวเมืองของจังหวัดคาโงชิมะที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะคิวชู โดยสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงจากโซล เซี่ยงไฮ้ ไต้หวัน และฮ่องกง ได้ด้วยเวลาเพียง90-180นาที การเดินทางจากภายในประเทศก็ทำได้สะดวก ด้วย23เที่ยวบินต่อวันจากสนามบินฮาเนดะ และจากสนามบินอื่นๆทั่วประเทศ ถ้าเดินทางด้วยคิวชูชินคังเซ็น ก็ใช้เวลาไม่ถึง90นาทีจากฮากาตะ(ฟุคุโอกะ)ถึงสถานีคาโงชิมะชูโอ และราว4ชั่วโมงจากสถานีชินโอซาก้า

เส้นทางการบิน

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินคาโงชิมะ อากาศแจ่มใสก็มารอต้อนรับ เอาล่ะ ออกเดินทางไปพบกับเหล่านักรบซามุไรแห่งซัทสึมะ ที่ทั้งกล้าหาญ หัวก้าวหน้า รักในธรรมชาติ และชื่นชอบอาหารอร่อยกันเถอะ!

“เซนงังเอ็น” สถานที่นี่สามารถสัมผัสวัฒนธรรมและความงดงามแห่งซามุไรได้

สวนในเซ็นงังเอ็น
สวนในเซ็นงังเอ็น

เดินทางจากสถานีคาโงชิมะชูโอ(Kagoshima Chuo)ด้วยรถประจำทาง30นาที จะถึงเขตอิโซะ(Iso)ซึ่งหันหน้าเข้าหาอ่าวคิงโค(Kinko Wan)อันเงียบสงบ และเกาะซากุระจิมะ(Sakurajima)ที่ยิ่งใหญ่ ที่นี่มี “เซนงังเอ็น”(Senganenเรียกอีกชื่อ:อิโซะเทอิเอ็น(Iso Teien)สร้างในปีค.ศ.1658)ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของตระกูลชิมาซึ(Shimazu)ซึ่งเคยปกครองแคว้นซัทสึมะตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่12ที่นี่ยังโด่งดังจากดอกไม้ที่เบ่งบานในสี่ฤดู เช่น คังฮิซากุระ(Kanhizakura; Prunus campanulata)ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ และอายาเมะ(Ayame; Iris sanguinea)ในเดือนมิถุนายน

“โกะเด็น” แห่งเซ็นงังเอ็น

“โกะเด็น”(เรือนหลัก)ซึ่งมองเห็นสวนที่ใช้ซากุระจิมะต่างภูเขาจำลอง(ภูเขาเทียมที่สร้างในสวนแบบญี่ปุ่น)และใช้อ่าวคิงโคแทนสระน้ำ มีห้องที่บรรดาผู้นำตระกูลแต่ละรุ่นเคยใช้มาก่อน

เซ็นงังเอ็นเคยถูกใช้เป็นเรือนรับรองสำหรับแขกของตระกูลชิมาซึ หรือแขกของอำเภอคาโงชิมะ เริ่มตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ของประเทศญี่ปุ่น จักรพรรดินิโคลัสที่2แห่งรัสเซีย และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่7มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ บุคคลสำคัญมากมายเคยมาเยือนที่นี่

ทัศนียภาพภายในสวน

ภายในสวนมีพืชพรรณว่า600ชนิดขึ้นตามธรรมชาติ และยังมี“ทาคามาสุ”อุปกรณ์ปรับระดับน้ำในสระ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแปลกประหลาดซึ่งสักการะแมวอีกด้วย ที่หอแสดง “โชโกะชูเซอิคัง”(Shokoshuseikan)ที่อยู่ถัดไป สามารถชมงานฝีมือพื้นเมืองอย่างเครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะ หรือเครื่องดินเผาซัทสึมะยากิได้อีกด้วย

ประเพณีดั้งเดิม “เคียวคุซุยของอุตาเงะ”(การร่ำสุราแต่งโคลง)

ที่เซ็นงังเอ็นมีการจัดงานอีเวนท์ที่สามารถสัมผัสประเพณีโบราณได้บ่อยครั้ง ในภาพคือ “เคียวคุซุยของอุตาเงะ”(การร่ำสุราแต่งโคลง)เป็นการละเล่นที่เหล่าผู้คนในตระกูลนักรบซามุไรจะแต่งตัวเต็มยศกัน(จัดช่วงเดือนเมษายนของทุกปี)

ซุสุมง ประตูหน้าดั้งเดิม

ที่เซ็นงังเอ็นมีไกด์ทัวร์ที่จะพาเที่ยวชมด้วยภาษาอังกฤษและจีน(ต้องจองล่วงหน้า)และยังสามารถลิ้มรสชามัจฉะและขนมญี่ปุ่นที่ห้องชงชาได้อีกด้วย

อาคารและสวนที่ผสมผสานศิลปะแบบจีนหรือริวคิว(จังหวัดโอกินาวะในปัจจุบัน)เข้ากับศิลปะแบบญี่ปุ่นอย่างลงตัว เซ็นงังเอ็นที่สถานที่อันยอดเยี่ยมที่จะสัมผัสกับวัฒนธรรมของซามุไรแห่งซัทสึมะ

การตัดสินใจของ “ยอดคน” ผู้ทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น

โรงงานแบบตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น/(c)K.P.V.B

ที่อยู่ติดกับเซ็นงังเอ็น คือ “ชูเซอิคัง”(Shuseikan)ซึ่งสร้างโดย ชิมาซึ นาริอากิระ(Shimazu Nariakira;ค.ศ.1809-1858)ผู้นำตระกูลชิมาซึคนที่28ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นยอดคน เป็นสถานที่ที่งานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ถูกดำเนินการเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น

นาริอากิระซึ่งกังวลเกี่ยวกับประเทศตะวันตกที่รุกล้ำเข้ามาในเอเซีย และคิดว่าจำเป็นต้องนำเทคนิควิธีการผลิตแบบตะวันเข้ามาใช้ เขาจึงเร่งการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ สถานที่ที่ยังคงเหลือเป็นมรดกจากการพัฒนานั้น ถือเป็นจุดกำเนิดของการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น

ร่องรอยของเตาสกัดโลหะ
ร่องรอยของเตาสกัดโลหะ ที่ใช้หลอมเหล็กด้วยความร้อนสูงเพื่อนำมาผลิตกระบอกปืนใหญ่
เครื่องปั่นด้าย
เครื่องปั่นด้ายที่ถูกใช้ใน “โรงปั่นด้ายคาโงชิมะ(Kagoshima Bosekisho)”โรงงานปั่นด้ายด้วยเครื่องจักรแบบตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น

ชูเซอิคังถูกเพลิงไหม้ไปครั้งหนึ่ง และถูกสร้างขึ้นอีกครั้งในปีค.ศ.1865นอกจากนี้มีการเชิญช่างฝีมือจากอังกฤษมาเพื่อสร้างโรงงานปั่นด้ายแห่งแรกในญี่ปุ่น

และในที่สุด เหล่าซามุไรหัวก้าวหน้าแห่งซัทสึมะ ก็ได้ทำหน้าที่สำคัญใน “การฟื้นฟูเมจิ(Meiji Ishin; Meiji Restoration;ช่วงก่อนหลังค.ศ.1868)”ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงญี่ปุ่นครั้งยิ่งใหญ่ จากรัฐบาลโทคุงาวะบาคุฟุ ไปสู่รัฐบาลเมจิบาคุฟุ

อิจินคัง(Ijinkan)เรือนของชาวต่างชาติ
อิจินคัง(Ijinkan)เรือนของชาวต่างชาติที่ชาวอังกฤษเคยพักอาศัย

“กิจการชูเซอิคัง”(Shuseikan Jigyou)อาจถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ในเดือนกรกฎาคม2015ในฐานะ “ชูเซอิคังเก่า” ซึ่งเป็นมรดกอันเป็นส่วนประกอบของ “การปฏิบัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นสมัยเมจิ”

เครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะและเครื่องดินเผาซัทสึมะยากิ ที่ถูกยกย่องจากความปราณีตและสวยงาม

จิตวิญญาณแห่งซัทสึมะ ยังฝังลึกอยู่ในงานฝีมือของอำเภอคาโงชิมะอีกด้วย หนึ่งในนั้นคือ งานฝีมือเครื่องแก้วคริสตัล ซัทสึมะคิริโกะ(Satsumakiriko)

เครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะ
เครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะที่เปล่งประกายอย่างสวยงาม

นาริอากิระได้ตั้งศูนย์วิจัยเพื่อค้นคว้าการแต่งสีขึ้นในปราสาทคาโงชิมะ และสามารถแต่งสีต่างๆได้มากมาย เช่น ชาด คราม ม่วง และเขียว ในจำนวนนั้นสามารถทำสีชาดสำเร็จเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นจนได้รับคำชื่นชมมากมาย

ขั้นตอนการเจียระไนเครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะ
ขั้นตอนการเจียระไนเครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะ

หลังการอสัญกรรมของนาริอากิระ เครื่องแก้วซัทสึมะคิริโกะได้ถูกละเลยไปกว่า100ปี และมันได้ถูกนำมาฟื้นฟูอีกครั้งในปีค.ศ.1985ที่เขตอิโซะซึ่งได้รับอิทธิพลจากตระกูลชิมาซึ ลักษณะเด่นคือ วิธีการผลิตที่นำแก้วใสและแก้วสีมาซ้อนกันแล้วทำสลักลวดลายลงไป และการไล่สีสัน ซึ่งมีผู้ชื่นชอบในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

เครื่องดินเผาชิโรซัทสึมะ

เครื่องดินเผาซัทสึมะยากิ(Satsumayaki)ซึ่งริเริ่มโดยผู้นำตระกูลชิมาซึคนที่17ชิมาซึ โยชิฮิโระ(Shimazu Yoshihiro;ค.ศ.1535-1619)มี2ชนิดคือ ชิโรซัทสึมะ(Shiro Satsuma)และคุโรซัทสึมะ(Kuro Satsuma)ชิโรซัทสึเป็นเครื่องดินเผาสีขาวน้ำนมซึ่งตกแต่งลวดลายด้วยสีอื่นๆเช่น แดง น้ำเงิน เขียวและทอง มันถูกนำแสดงในงานParis World Expoในปีค.ศ.1867และได้รับการยอมรับในความปราณีตและงดงาม

เครื่องดินเผาคุโระซัทสึมะ

คุโรซัทสึมะเป็นภาชนะที่ทำขึ้นเพื่อชาวบ้าน มีจุดเด่นที่สีดำเงาและความเรียบง่าย ที่ทางซ้ายของภาพ คืออุปกรณ์สำหรับอุ่นเหล้าสาเกที่เรียกว่า “คุโรโจกะ”(Kuro Joka)ทางขวาคือ “โซระคิว”(Sorakyu)จอกทรงกรวยที่ไม่สามารถวางตั้งบนโต๊ะได้

“เทศกาลโรคุงาซึโด” ที่จุดไฟในโทโร สวยงามราวกับโลกในจินตนาการ

“เทศกาลโรคุงาซึโด” ที่จุดไฟในโทโร สวยงามราวกับโลกในจินตนาการ
“เทศกาลโรคุงาซึโด(Rokugatsudo;เทศกาลโคมไฟเดือนหก)”(โทโร คือโคมไฟแบบญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง)ที่ศาลเจ้าเทรุคุนิ(Terukuni Shrine)เพื่อสักการะ ชิมาซึ นาริอากิระ

ที่อำเภอคาโงชิมะนี้ ยังมีเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชิมาซึอีกมากมาย “เทศกาลโรคุงาซึโด” ที่กล่าวกันว่าเริ่มจากผู้นำตระกูลชิมาซึคนที่19ชิมาซึ มิทสึฮิสะ(Shimazu Mitsuhisa;ค.ศ.1616-1695)เป็นเทศกาลฤดูร้อนที่จัดตามวัดหรือศาลเจ้าในเดือน6ตามปฏิทินเก่า(เดือนกรกฎาคมในปัจจุบัน)เมื่อเข้าเดือนกรกฎาคม ไฟจะถูกติดทุกเย็นและทำเนื่องไปจนสิ้นเดือน

ตัวอย่างเส้นทางการท่องเที่ยวที่แนะนำ สัมผัสวัฒนธรรมแห่งซามุไรได้ง่ายๆ

สถานีรถประจำทางหน้าสถานีคาโงชิมะชูโอ(Kagoshima Chuo Ekimae Terminal)

สถานีคาโงชิมะชูโอ(Kagoshima Chuo Station)

สามารถมองเห็นตัวเมืองได้จากชิงช้าสวรรค์ที่อยู่บนดาดฟ้า

ศูนย์ข้อมูลอิชินฟุรุซาโตะคัง(อิชินฟุรุซาโตะคัง)

ห้องของอัตซึฮิเมะ

ที่นี่นำเสนอประวัติศาสตร์ของแคว้นซัทสึมะ และบทบาทของเหล่านักรบซามุไรแห่งซัทสึมะ ด้วยเทคนิคล้ำสมัยเข้าใจได้ง่าย ห้องของเทนโชอิน อัตสึฮิเมะ(Tenshoin Atsuhime)บุตรสาวบุญธรรมของชิมาซึ นาริอากิระ ซึ่งภายหลังเป็นภรรยาของโชกุนคนที่13โทคุงาวะ อิเอซาดะ(Tokugawa Iesada)ก็ถูกจำลองขึ้นด้วย

อนุสาวรีย์ระลึกถึงการมาเยือนของนักบุญเซเวียร์

อนุสาวรีย์นักบุญเซเวียร์
(C)K.P.V.B

อนุสาวรีเพื่อระลึกถึงการมาเยือนประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1549ของมินชันนารีชาวเสปน ฟรันซิสโก้ คาเวียร์(นักบุญเซเวียร์)

จุดชมวิวชิโรยามะ(Shiroyama Observation Point)

จุดชมวิวชิโรยามะ(Shiroyama Observation Point)
ทัศนียภาพยามราตรี จากจุดชมวิวชิโรยามะ

จุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็ก ที่ระดับความสูง107เมตร สามารถมองเห็นซากุระจิมะและอ่าวคิงโคได้ ทิวทัศน์ยามย่ำคืนก็น่าชื่นชม

ย่านการค้าเท็มมงคัง(Tenmonkan)

ย่านการค้าเท็มมงคัง(Tenmonkan)

ย่านการค้ากันครึกครื้นเป็นอันดับหนึ่งของมินามิคิวชู เรียงรายด้วยคาเฟ่ ภัตาคาร และร้านขายของที่ระลึก มันถูกตั้งชื่อตามสถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ “เมจิคัง”(Meijikanอีกชื่อ:เท็มมงคัง(Tenmonkan)ศูนย์ดาราศาสตร์ในปีค.ศ. 1799

City View Bus
เรือเฟอร์รี่ซากุระจิมะ

รถนำเที่ยวCity View Busที่สะดวกสบายสำหรับการท่องเที่ยวในอำเภอคาโงชิมะ “Welcome Cute”ตั๋วโดยสาร1วันเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ(1,000เยน)เป็นตั๋วสุดคุ้มที่สามารถใช้โดยสารได้ทั้งรถประจำทาง รถราง และเรือเฟอร์รี่ซากุระจิมะ

ประติมากรรมรูปซามุไร
เส้นทางประวัติศาสตร์พื้นเมืองอิชิน
(C)K.P.V.B

ในอำเภอคาโงชิมะ มีรูปปั้นของเหล่าซามุไรคอยรอต้อนรับตามที่ต่างๆมากมาย จุดน่าสนใจอย่าง “เส้นทางแห่งประวัติศาสาตร์และวัฒนธรรม” ที่สวยงามด้วยกำแพงหินและดอกไม้ ก็มีหลากหลาย ใช้ตั๋ว “Welcome Cute”เที่ยวสำรวจเมืองกันเถอะ

■ฉบับต่อไปในวันที่25สิงหาคม เจาะลึกเรื่องอาหาร เพียบพร้อมด้วยข้อมูลแสนอร่อย อย่าพลาด!