ไปพบกับเสน่ห์อันหน้าหลงใหลใหม่ๆ ที่คาวาโงะและนิกโก้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ไปได้ง่ายๆจากโตเกียว

ของขึ้นชื่ออย่างใหม่ของคาวาโงะที่คอยให้กำลังใจความปรารถนาของผู้มาเยือน

ระแนงกระดิ่งลม
“ระแนงกระดิ่งลม(Furin kairo)” ที่ประดับประดาด้วยกระดิ่งลมหลากสีสันที่ศาลเจ้าคาวาโงเอะฮิคาวะ เขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้บางๆแล้วนำไปผูกกับกระดิ่ง

เพียง 30 นาทีด้วยรถไฟสายโทบุโทเจ(Tobu Tojo Line) จากอิเคบุคุโระ จะไปถึงอำเภอคาวาโงเอะ(Kawagoe) จังหวัดไซตามะ(Saitama) ที่ซึ่งยังคงเหลือเค้าโครงของยุคสมัยเอโดะ(ศตวรรษที่ 17-19)และถูกขนานนามว่า “โคะเอโดะ(Koedo; เอโดะน้อย)” ที่นี่มีเทศกาลสนุกสนานถือกำเนิดขึ้น ที่ศาลเจ้าคาวาโงเอะฮิคาวะ(Kawagoe hikawa shrine)ที่มีประวัติเก่าแก่กว่า 1,500 ปี มีเทศกาล “เอ็มมุสุบิฟูริน(Enmusubi Furin; กระดิ่งลมผูกดวง)”จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 2 เดือน( 4ก.ค.-31ส.ค. 2016) เป็นเทศกาลที่เริ่มขึ้นในปี 2015 โดยศาลเจ้าคาวาโงเอะฮิคาวะซึ่งเป็นที่เลื่อมใสในฐานะเทพแห่งการเชื่อมดวงผูกสัมพันธ์ จะนำความปรารถนาของผู้ที่มาสักการะส่งไปยังสวรรค์ เป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมจากการที่สามารถเพลิดเพลินกับสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนได้

อีเวนท์สามารถสนุกได้ในเวลากลางคืนด้วย
ในช่วงเทศกาล “เอ็มมุสุบิฟูริน” จะเปิดให้ชมถึง 21 นาฬิกา และมีการจัดไลท์อัพด้วยไฟ LED ที่ประดับบนระแนงไผ่(ซ้าย) สามารถชื่นชมระแนงกระดิ่งลมที่ส่องแสงในเวลากลางคืน
เครื่องรางผูกดวง
“เอ็มมุสุบิทามะ(Enmusubitama; หินผูกดวง)” ซึ่งเกิดมาจากคำบอกเล่าว่าหากเก็บรักษาหินภายในศาลเจ้าไว้อย่างดีจะทำให้มีเนื้อคู่ที่ดี เป็นเครื่องรางที่มิโกะ(Miko; สตรีผู้รับใช้เทพเจ้า) ผู้ที่ต้องการจะรับหินจำเป็นต้องมีบัตรจัดลำดับที่ ซึ่งจะมอบให้วันละ 20 องค์ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกาโดยมีมีค่าบูชา
บ้านเมืองที่มีกลิ่นอายเก่าแก่
ตรอกร้านขนม

“ย่านการค้าอิจิบังโชเม็งไง(Ichiban shotengai)” ที่เรียงรายด้วยร้านค้าที่สร้างจากหิน และตรอกร้านขนม(Kashiya yokocho) ที่มีร้านขนมโบราณหรือขนมท้องถิ่น ที่คาวาโงเอะสามารถชื่นชมบรรยากาศบ้านเมืองโบราณ และเดินเล่นสัมผัสวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นได้ คาวาโงเอะยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเหมาะกับชุดกิโมโนอีกด้วย วันที่ 18 ของทุกเดือนถูกกำหนดให้เป็น “วันชุดกิโมโน(Kimono no hi)” มีการมอบรางวัลพิเศษแก่ผู้ที่สวมชุดกิโมโนมาเที่ยวชมเมือง เช่น ส่วนลดค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์เป็นต้น มีร้านเช่าชุดกิโมโนที่สามารถให้บริการเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย ลองเดินเล่นในเมืองด้วยชุดกิโมโนดูกันเถอะ

อาหารหลากหลายชนิด

หลังเที่ยวชมคาวาโงเอะอย่างจุใจแล้ว มื้อเย็นแนะนำให้กลับมารับประทานที่ “SPICE” ศูนย์รวมภัตตาคารที่ห้างสรรพสินค้าTOBU สาขาอิเคบุคุโระ “SPICE” ได้รับความนิยมจากความหลากหลายที่มากที่สุดแห่งหนึ่งในนครโตเกียว ทั้งอาหารญี่ปุ่นตามแบบฉบับ ไปจนถึง พาสต้า และอาหารเอเซียอื่นๆที่สามารถนั่งรับประทานได้อย่างสบายใจ ทัศนียภาพจากชั้นบนสุดที่สูงกว่า 100 เมตร(ประมาณ 328ฟุต) ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่

ถัดจากมรดกโลกออกอีกนิด ไปสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่โอคุนิกโก้

รถสเปเซียสีทอง
รถด่วนสเปเซียที่ตกแต่งเป็นสีพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองงานเทศกาล 400 ปีของนิกโก้โทโชงูในปี 2015

มรดกโลก ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้ ซึ่งมีนิกโก้โทโชงูเป็นสัญลักษณ์ สามารถเดินทางไปถึงได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงด้วยรถด่วนสเปเซียจากสถานีโทบุอาซาคุสะ แน่นอนว่าศาลเจ้าและวัดอันเป็นมรดกโลกนั้นเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ แต่หากได้ลองนั่งรถบัสจากสถานีโทบุนิกโก้ออกไปอีกสักหน่อย จะสามารถพบธรรมชาติอันงดงาม อันเป็นเสน่ห์อีกอย่างของนิกโก้

หากใช้ตั๋วโดยสารชนิดพิเศษ “ALL NIKKO PASS” ซึ่งรถตั๋วรถไฟไปถึงนิกโก้และตั๋วรถบัสไปถึงโอคุนิกโก้-ยุโมโตะออนเซ็น(Oku Nikko-Yumoto Onsen) จะยิ่งสะดวกและคุ้มค่า สามารถใช้ตั๋วนี้ขึ้นลงรถบัสได้อย่างอิสระ ซึ่งสามารถแวะชมจุดท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ทะเลสาบจูเซนจิ(Chuzenji-ko) และน้ำตกเคะงน(Kegon no taki)ได้

เนินอิโรฮะซากะที่สวยงามที่มองจากหน้าต่างรถ
ที่เนินอิโรฮะซากะ สามารถเพลิดเพลินกับทะเลเมฆได้

การท่องเที่ยวด้วยรถบัสจากสถานีโทบุนิกโก้ สถานที่มีชื่อแห่งแรกที่จะพบคือ “เนินอิโรฮะซากะ(Iroha saka)” ซึ่งเป็นเส้นทางไต่ระดับความสูง 440 เมตร(ประมาณ 1,443ฟุต)ขึ้นไปรวดเดียว สีเขียวเข้มอ่อนที่มองเห็นจากหน้าต่างของรถบัสที่วิ่งผ่านเส้นทางโค้งหักศอกอันคดเคี้ยว จะกลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืม สถานที่นี้มีชื่อในความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

ทะเลสาบจูเซนจิที่ใช้เวลาเดินทางจากสถานีโทบุนิกโก้ประมาณ 40 นาที เป็นทะเลสาบที่สูงที่สุดของญี่ปุ่นด้วยระดับความสูง 1,200เมตร(ประมาณ 3,937ฟุต)จากน้ำทะเล ในบริเวณนี้แม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส เป็นสถานที่หนึ่งของนิกโก้ที่เย็นสบายแม้ในฤดูร้อน

อดีตบ้านพักตากอากาศของกงศุลอิตาลี
อดีตบ้านพักตากอากาศของกงศุลอิตาลีที่ประดับภายนอกอย่างสวยงามด้วยปลอกต้นสุงิและต้นไผ่
บ้านพักตากอากาศของกงศุลอังกฤษ
อาคารที่มีสีดำโดดเด่นซึ่งเคยถูกใช้เป็นบ้านพักตากอากาศของกงศุลอังกฤษ

ด้วยภูมิอากาศเช่นนี้และทัศนียภาพอันสวยงามรอบทะเลสาบ ทำให้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 บ้านพักตากอากาศของบรรดากงศุลและนักการฑูตจากประเทศยุโรปและอเมริกาถูกสร้างเรียงรายขึ้น และทำให้บริเวณนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่หลบร้อนของเหล่าVIP จากทั่วโลก ปัจจุบัน อดีตบ้านพักตากอากาศของกงศุลอิตาลี เปิดให้บุคคลธรรมดาเข้าชมได้ นอกจากนี้บ้านพักตากอากาศของกงศุลอังกฤษยังมีกำหนดเปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2016 และยังเปิดคาเฟ่ซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ของทะเลสาบจูเซนจิไปพร้อมกับจิบน้ำชายามบ่ายได้อีกด้วย

น้ำตกเคะงนที่น่าตื่นตะลึง

น้ำตกเคะงน ซึ่งตกจากความสูง 97 เมตร(ประมาณ 318 ฟุต) เดินจากป้ายรถประจำทางจูเซนจิออนเซ็น(Chuzenji onsen)ประมาณ 5 นาที แอ่งน้ำตกที่มองจากจุดชมวิวที่สามารถขึ้นไปได้ด้วยลิฟท์ช่างน่าตื่นตา

ที่ลุ่มน้ำโดยนักเดินป่าก็สามารถเดินได้ เป็นสถานที่ลับที่ไม่ว่าใครก็สามารถไปเยือนได้

ที่ชุ่มน้ำเซนโจงะฮาระ
พืชเป็นภูเขาสูงในฤดูร้อน
ต้นวาตาสุเงะที่ชมได้ช่วงมิ.ย.-ส.ค.(ซ้าย) และต้นโฮซากิชิโมซึเกะ

กลับขึ้นรถบัสอีกครั้งจากทะเลสาบจูเซนจิ เดินทางต่อไปยังโอคุนิกโก้ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ จากป้ายรถประจำทางซัมลงมัตสึ(Sambonmatsu)ที่เดินทางถึงด้วยเวลาประมาณ 15นาที เพียง 1 นาทีก็จะถึงทุ่งเซนโจงะฮาระ(Senjogahara)ที่เปิดกว้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ที่ขึ้นทะเบียนตามอนุสัญญาแรมซาร์ ที่เซนโจงะฮาระ มีพืชภูเขาสูงกว่า 350 ชนิด เช่น Watasuge; พืชกกชนิดหนึ่ง) และต้นโฮซากิชิโมซึเกะ(Hozakishimotsuke; พืชวงศ์กุหลาบชนิดหนึ่ง) ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ และยังมีนกป่ามากมายอีกด้วย เส้นทางถูกก่อด้วยไม้อย่างเรียบร้อย ทำให้เดินง่าย ผู้ที่หัดเดินป่าก็สามารถเดินได้อย่างสบายใจ สามารถเดินชมธรรมชาติได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

สามารถมองเห็นต้นน้ำได้
ต้นน้ำของออนเซ็นยุโมโตะ

โอคุนิกโก้ซึ่งเป็นที่ราบสูงที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,200เมตร(ประมาณ 3,937 ฟุต) เป็นสถานที่อันเงียบสงบซึ่งถูกโอบล้อมด้วยภูเขา จนถูกนิตยสารท่องเที่ยวจัดให้เป็น “100 สถานที่ลับของญี่ปุ่น” ประมาณ 10 นาทีจากป้ายรถประจำทางซัมบงมัตสึ จะถึงบริเวณยุโมโตะซึ่งเป็นป้ายสุดท้าย มียุโมโตะออนเซ็น(Yumoto onsen)และโคโทคุออนเซ็น(Kotoku onsen)ซึ่งกล่าวกันว่าถูกค้นพบในปี 788 ที่นี่สามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นน้ำ และอาหารท้องถิ่นเลิศรสได้

โรงแรมรีสอร์ทที่สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติได้
Nikko Astraea Hotel ที่นี่อาจได้พบกับกวางในสวนยามค่ำคืน

โดยเฉพาะที่ Nikko Astraea Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมรีสอร์ทเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ บริเวณโดยรอบ มีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของโอคุนิกโก้ถูกรักษาให้คงสภาพเอาไว้ ทำให้สามารถดื่มด่ำกับเสน่ห์ของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม

นอกจากนี้ “ALL NIKKO PASS” ยังครอบคลุมเมืองบ่อน้ำร้อนที่มีชื่ออย่างคินุงาวะ(Kinugawa)อีกด้วย เมื่อเที่ยวชมบริเวณเซนโจงะฮาระแล้ว สามารถย้อนกลับไปยังสถานีโทบุนิกโก้ ขึ้นรถไฟไปเปลี่ยนสายที่สถานีชิโมะอิมาอิจิ(Shimo imaichi) มุ่งหน้าไปยังสถานีคินุงาวะออนเซ็น(Kinugawa onsen) เพื่อดื่มด่ำกับบ่อน้ำร้อนออนเซ็นอย่างเต็มที่ได้อีกด้วย

Tokyo Solamachi

เมื่อกลับมาจากโอคุนิกโก้หรือคินุงาวะแล้ว ที่แนะนำสำหรับการปิดท้ายการท่องเที่ยวโตเกียว คือ การช้อปปิ้งในโตเกียวสกายทรีทาวน์ ศูนย์การค้า “Tokyo Solamachi” ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีโตเกียวสกายทรี(Tokyo Sky Tree) ซึ่งเป็นสถานีที่รถด่วนสเปเซียจอด มีทั้งร้านของกระจุกกระจิกจากงานฝีมือแบบญี่ปุ่น ไปจนถึงเทรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุด ขนมหวาน และภัตตาคารกว่า 300 ร้านมารวมตัวกัน ทั้งร้านของคาแรคเตอร์ยอดนิยม และร้านค้า Collaboration ต่างๆ และยังสามารถหาซื้อของฝากแปลกใหม่ได้อีกด้วย แน่นอนว่ามีบริการสินค้าปลอดภาษี รวมถึงบริการรับฝากหรือจัดส่งสินค้าไปยังโรงแรมที่พัก ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้อย่างคล่องตัว

ใช้ตั๋วสุดคุ้มของรถไฟสายTobu ออกจากโตเกียวไปสัมผัสเส่นห์ของสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ สร้างความทรงจำสุดแสนประทับใจในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ!