พบมรดกโลกทางวัฒนธรรมได้ด้วยเวลา 2 ชม.จากอาซากุสะ

“สเปเซีย” รถด่วนจากอาซากุสะที่ทั้งสนุกและแสนสบาย

การเดินทางสู่นิกโก้เริ่มตอน 8 นาฬิกา 40 นาที โดยเริ่มจากไปรับตั๋วเดินทางสู่นิกโก้ “ALL NIKKO PASS” ที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติที่สถานีโทบุอาซากุสะ นอกจากจะสามารถจองทางอินเตอร์เน็ตได้แล้วยังมีความช่วยเหลือจากพนักงานต้อนรับที่สามารถเข้าใจหลายภาษาได้ จึงทำให้พวกเราที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเลยสบายใจในการเข้ารับบริการ ยิ่งไปกว่านั้นตั๋วที่ได้ยังเป็นตั๋วรถไฟไปกลับซึ่งมาเป็นเซตคู่กับตั๋วนั่งรถบัสไม่จำกัดเที่ยวในบริเวณนิกโก้ – คินุกาว่า และตั๋วรถด่วนก็ยังได้ลดราคา20เปอร์เซ็นต์ด้วยซึ่งคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม พวกเราเลยวางแผนที่จะเอาเงินส่วนที่ประหยัดได้ไปใช้กับอาหารเลิศรสและนั่งจิบน้ำชาที่คาเฟ่หรูหรากัน พนักงานต้อนรับยื่นแผนที่ของนิกโก้แนบตั๋วมาพร้อมกับกล่าวคำว่า “เดินทางปลอดภัยและ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวนะคะ” ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“สเปเซีย” รถด่วนที่จะไปยังคินุกาว่าออกเวลา 9 นาฬิกาตรงตามตารางเวลาเดินรถ ตัวรถได้ถูกออกแบบให้มีความกว้างขวาง และทนต่อแรงขับเคลื่อน โดยภายในห้องโดยสารนั้นแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงรบกวนเลย และด้วยที่พักศีรษะมีขนาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่นั่งที่กว้างขวางที่สามารถยืดขาได้ ทำให้สามารถรีแลกซ์ได้ในระหว่างการเดินทาง รถเข็นขายของภายในผ่านมาระหว่างที่พวกเรากำลังพูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย ในรถด่วนสเปเซียนี้มีบริการเสิร์ฟกาแฟชงสดๆ ซึ่งเตรียมไว้4ชนิดไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน

สเปเซียยังมีห้องส่วนตัวที่มาพร้อมหน้าต่างบานใหญ่และที่นั่งอันโอ่อ่า ซึ่งอยู่ในตู้รถหมายเลข6 ซึ่งอยู่ขบวนรถอีกด้วย เราตัดสินใจที่จะใช้บริการนี้ตอนที่เราจะพาพ่อแม่มาเยือนนิกโก้ในคราวหน้า

Tobu Sightseeing Service Center (in Tobu Railway Asakusa Station)

ที่อยู่:1-4-1 ฮานากาว่าโดะ ไทโตะคุ โตเกียว
โทรศัพท์: 03-3841-2871
เวลาทำการ: 7:45-17:00 (Holidays: December 30 to January 3)
การเดินทาง:อยู่บริเวณ Central Gate ของสถานีโทบุอาซากุสะ

มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งนิกโก้ ที่เป็นเลิศทั้งความยิ่งใหญ่ งดงามและความอลังการ

เคยได้ยินว่า เมื่อมองไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นทิวป่าสนซีดาร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกินเนสบุ๊คนั่นหมายถึงเราเข้าใกล้นิกโก้แล้ว ซึ่งก็เป็นตามนั้นจริงๆ หลังจากเปลี่ยนรถที่สถานีชิโมอิมาอิจิเพื่อมุ่งหน้าสู่นิกโก้ ระหว่างกำลังเพลิดเพลินกับแมกไม้ที่สูงใหญ่ตระการตานั้นเองเราก็มาถึงที่สถานทีโทบุนิกโก้ นิกโก้เป็นพื้นที่ราบสูงที่อยู่ทางตอนเหนือของโตเกียว ดังนั้นดูใบไม้ผลิหรือช่วงหน้าฝนจะล่าช้ากว่าโตเกียวประมาณ 1 เดือน แม้จะเป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นิกโก้ก็ยังเต็มไปด้วยความเขียวชอุ่มชุ่มชื้นราวกับเปล่งประกายระยิบระยับ

“ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้” ที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมมีอยู่ด้วยกันสามแห่งคือ ศาลเจ้านิกโก้โทโชงู วัดนิกโก้ซันรินโนจิ และศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซัน หากขึ้นรถบัสเวียนมรดกโลกจากหน้าสถานีรถไฟ จะไปถึงสะพานชินเคียวอันเป็นประตูหน้าของ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้” ได้ด้วยเวลาไม่ถึง 6 นาที หรือหากค่อยๆเดินก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาทีเท่านั้น จึงพูดได้ว่าสามารถพบมรดกโลกจากโตเกียวได้ด้วยเวลาเพียง 2 ชม.เท่านั้น!

ศาลเจ้านิกโก้โทโชงู เป็นศาลเจ้าเพื่อบูชาโชกุน โทคุงาวะ อิเอยาสุ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลกลางสมัยเอโดะ วัดนิกโก้ซันรินโนจิเป็นวัดพุทธซึ่งจัดว่ามีระดับสูงสำหรับนิกายเทนไดซึ่งเป็นหนึ่งในนิกายทางพุทธศาสนา ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซันเป็นศาลเจ้าที่มีผู้คนให้ความเคารพบูชามานานกว่า1,200 ปี การที่สามารถชมศาลเจ้าและวัดอันเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่มีทั้งประวัติความเป็นมาและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปได้ด้วยการเดินเท้านั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากจริงๆ สำหรับประตูโยเมมอนของศาลเจ้านิกโก้โทโชงูอันมีชื่อเสียงทางด้านความงดงามตระการตานั้น เป็นที่น่าเสียดายที่อยู่ระหว่างการบูรณะจนถึงปี 2018 เราจึงไม่สามารถชมได้ แต่สิ่งก่อสร้างอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูโบราณที่ได้รับการบูรณะเสร็จสิ้นแล้ว หรือเจดีย์ห้าชั้นซึ่งเป็นต้นแบบแนวคิดโครงสร้างที่ทนต่อแรงสั่นสะเทือนให้กับโตเกียวสกายทรี® นั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามและวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง

นอกจากนี้แล้วยังมีประติมากรรมแกะสลัก “ลิงสามตัว” อันน่าขบขันซึ่งเป็นผลงานช่างผู้มีชื่อเสียงในตำนาน ไฮไลท์ต่างๆ มีค่าควรชมสมคำร่ำลือ ส่วนลิงสามตัวนี้เป็นผลงานที่อิงแนวคิดการใช้ชีวิตคน โดยใช้ลิงเป็นสัฐลักษณ์แทน ตามหลักคำสอนที่ว่า “ในช่วงวัยเด็กอย่ามองในสิ่งไม่ดี อย่าฟังในสิ่งไม่ดี อย่ากล่าวในสิ่งไม่ดี”

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเราประทับใจนั่นก็คือเส้นทางที่เชื่อมต่อกับศาลเจ้าและวัดทั้งสามแห่งนี้ ที่รายล้อมไปด้วยต้นสนซีดาร์ขนาดใหญ่ที่ขึ้นบ้นชั้นหินเตี้ยๆตลอดสองข้างทาง ราวกับว่ากำลังคอยเฝ้าดูผู้คนอย่างเงียบๆ ต้นสนทุกต้นมีความสูงขนาดต้องแหงนหน้ามอง รอบลำต้นใหญ่ขนาดเท่าผู้ใหญ่ 3 คนโอบ ด้วยบรรยากาศที่สะอาดบริสุทธิ์สมกับเป็นบริเวณศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ความรู้สึกสำรวมเอ่อล้นขึ้นมา

เทพเจ้าหลักของศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซันเป็นเทพผู้ให้โชคในด้านผูกดวง ซึ่งแน่นอนมีผลทั้งกับคู่รัก และOKในด้านมิตรสหายเช่นกัน ดังนั้นเราจึงจะลองเขียนเอมะ(แผ่นไม้มีลายภาพสำหรับเขียนคำขอพรต่อเทพเจ้า)น่ารักๆ ที่มีลวดลายรูปหัวใจ

เราทาน “โซบะฟองเต้าหู้” ของร้านที่อยู่ตรงเชิงสะพานชินเคียว ซึ่งเราได้ข้อมูลมากจากเวบไซต์แนะนำการท่องเที่ยวนิกโก้ ฟองเต้าหู้เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเหลือง โดยใช้ไม้ไผ่ช้อนเยื่อที่ได้จากการต้มน้ำนมถั่วเหลือง และยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ถูกใช้ในอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม ฟองเต้าหู้ของนิกโก้มีลักษณะเด่นคือเป็นรูปทรงกระบอกที่ถูกม้วนโดยผู้ชำนาญการ ฟองเต้าหู้ที่ดูดซับรสชาติของน้ำซุป ให้รสสัมผัสที่กลมกล่อมและนุ่มนวล

ศาลเจ้านิกโก้โทโชงู

ที่อยู่:2301 ซันไน นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ
การเดินทาง:ประมาณ10 นาทีจากสถานีโทบุนิกโก้ โดยรถบัสเวียนมรดกโลกa
เวลาเข้าชม: 8:00 to 17:00 (April through October), 8:00 to 16:00 (November through March) 
Reception closes 30 minutes before the gate is closed.
โทรศัพท์:0288-54-0560

วัดรินโนจิ

ที่อยู่:2300 ซันไน นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ
การเดินทาง:ประมาณ10 นาทีจากสถานีโทบุนิกโก้ โดยรถบัสเวียนมรดกโลก
เวลาเข้าชม: 8:00-17:00(เม.ย. – ต.ค.), 8:00-16:00(พ.ย. – มี.ค.)
โทรศัพท์:0288-54-0535

ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซัน

ที่อยู่:2307ซันไน นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ
การเดินทาง:ประมาณ10 นาทีจากสถานีโทบุนิกโก้ โดยรถบัสเวียนมรดกโลก
เวลาเข้าชม: 8:00-17:00(เม.ย. – ต.ค.), 8:00-16:00(พ.ย. – มี.ค.)
โทรศัพท์:0288-54-0535

ดื่มด่ำกับพรรณไม้ ขนมหวาน และบ่อน้ำร้อน ก่อนวาดฝันแผนการของวันรุ่งขึ้น

หลังรับประทานอาหารกลางวัน เรากลับขึ้นรถบัสอีกครั้งเพื่อมุ่งสู่ทะเลสาบชูเซ็นจิ จากสถานีโทบุนิกโก้ วิ่งไปตามเส้นทางที่มีความสูงต่างระดับกันถึง 800เมตร และผ่านเนินอิโรฮะซากะซึ่งแค่ทางขึ้นก็มีมากกว่า 20 โค้ง ทุกครั้งที่เลี้ยวโค้งจะรู้สึกถึงความสูงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้อย่างชัดเจน ภาพที่ได้เห็นเมื่อเข้าใกล้ปลายทางของทางโค้ง คือต้นไม้และดอกไม้ที่สวยเกินคำบรรยาย ที่เห็นอยู่ไกลๆคือ สีแดงระเรื่อราวกับซากุระของดอกอากะยาชิโอซึซึจิ และสีขาวน่ารักของดอกชิโรยาชิโอซึซึจิ ซึ่งแซมอยู่ทั่วผืนป่า ได้ยินว่า ฤดูใบไม้ร่วงของเนินอิโรฮะซากะก็มีความงดงามเช่นกัน เพราะถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้แดงสุดลูกหูลูกตา ทำให้พวกเรานึกอยากชมทิวทัศน์ที่ถูกย้อมไปด้วยใบไม้แดงด้วยเช่นกัน

ทะเลสาบชูเซ็นจิเป็นทะเลสาบที่สูงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นโดยอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1200 เมตร เมื่อลงจากรถบัส จะได้สัมผัสสายลมสดชื่นที่พัดผ่านริมทะเลสาบ ในแถบนี้แม้ในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 20℃ แม้แต่นิกโก้ที่ถูกเรียกว่า “ตู้เย็นธรรมชาติ” ริมทะเลชูเซ็นจิในช่วงฤดูร้อนคงจะสบายกว่าที่อื่นเป็นแน่

เนื่องจากสภาพอากาศและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของริมทะเลสาบ จึงทำให้บริเวณโดยรอบเป็นที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศของสถานทูตนานาประเทศ เช่น อังกฤษและฝรั่งเศส หนึ่งในนั้นคือบ้านพักตากอากาศของสถานทูตอิตาลี ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นสวนสาธารณะ และอนุญาตให้เข้าชมได้ กำแพงภายนอกที่ออกแบบเมื่อ 80 ปีก่อนโดยสถาปนิกชาวอเมริกา แอนโทนี่ เรย์มอนด์ มีจุดเด่นตรงที่นำผิวของต้นสนซีดาร์และไม้ไผ่มาใช้ อาจเป็นเพราะวัสดุเหล่านี้ที่ทำให้ แม้ว่าตัวอาคารจะเป็นสไตล์ยุโรป แต่กลับให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่น

เราพักจิบชากันที่ Nikko Lakeside Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่เปิดกิจการ ณ ริมทะเลสาบชูเซ็นจิมากว่า 120 ปี ที่นิกโก้มีร้านคาเฟ่หลายแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องชีสเค้ก โดยแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เช่น Nikko Kanaya Hotel ใช้ซินนามอนเป็นพื้น ส่วนชีสเค้กของ Nikko Lakeside Hotel ผสมลูกเกด กาแฟรสกลมกล่อมเข้ากันได้อย่างลงตัวกับชีสเค้กที่หวานหอมกำลังดี

ที่นิกโก้มีที่พักผ่อนหย่อนใจมากมายให้เลือกทั้งแบบฝรั่งและแบบญี่ปุ่น เริ่มจาก Nikko Lakeside Hotel และยังมี Nikko Kanaya Hotel, ซึรุคาเมะไดคิจิ หรือ ฮานาโกโรโมะโนะยาคาตะ นิกโก้ เซ็นฮิเมะโมโนงาตาริ เป็นต้น ที่เราเลือกคือ Nikko Lakeside Hotel เราชอบบรรยากาศที่นี่มาก และถูกใจที่สามารถจองห้องแช่น้ำร้อนออนเซ็นแบบเป็นส่วนตัวได้ ทำให้สามารถแช่น้ำได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ คืนนี้เรามีแผนที่จะเพลิดเพลินไปกับอาหารเลิศรสจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ส่วนวันพรุ่งนี้หลังจากที่ชมความงดงามของน้ำตกเคะงน ซึ่งน้ำที่ตกจากทะเลสาบชูเซ็นจิดิ่งลงจากหน้าผาสูงชัน 97 เมตรแล้ว เรามีกำหนดการที่จะไปสนุกกับธีมพาร์ตและออนเซ็นที่คินุกาว่าออนเซ็นต่อ ในวันพรุ่งนี้พวกเราก็เลือกให้สเปเซียซึ่งเป็นผู้พาเรามาพบกับโลกสุดแสนวิเศษด้วยเวลา 2 ชั่วโมงจากโตเกียวเป็นคู่หูในการท่องเที่ยวให้กับพวกเราต่อ

สวนที่ระลึกบ้านพักตากอากาศสถานทูตอิตาลี

ที่อยู่ :2482 จูงูชิ นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ
การเดินทาง:นั่งรถบัสโทบุจากสถานีโทบุนิกโก้ มุ่งหน้าชูเซ็นจิออนเซน ลงที่ปลายทางแล้วเดินต่ออีก 30 นาที
โทรศัพท์:0288-55-0388

Nikko Lakeside Hotel

ที่อยู่:2482 จูงูชิ เมืองนิกโก้ จังหวัดโทจิงิ
การเดินทาง:นั่งรถบัสโทบุจากสถานีโทบุนิกโก้ไปทางยุโมโตะ ชูเซ็นจิออนเซน, ลงรถที่ป้ายชูเซ็นจิออนเซ็นแล้วเดินต่ออีก 3 นาที
โทรศัพท์:0288-55-0321