สนุกสนานอย่างแอคทีฟกับฤดูร้อนอันสดชื่นในโทจิงิ[หัวข้อพิเศษ]

หัวข้อประจำฤด

ต้นโอฟุจิที่ Ashikaga Flower Park
ดอกทิวลิปที่ Nasu Flower World

ฤดูใบไม้ผลิของจังหวัดโทจิงิเป็นฤดูกาลแห่งดอกไม้ ดอกไม้อันสวยงามต่างพากันผลิบานไปทั่วจุดต่างๆของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นต้นโอฟุจิ(ฟุจิใหญ่ ที่ Ashikaga Flower Park) ที่มีชื่อเสียงจากการได้รับเลือกเป็น 1 ใน “10สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของโลกปี 2014” หรือดอกทิวลิป(ที่ Nasu Flower World) กว่า 150,000 ดอกที่บานสะพรั่งบนที่ราบสูงระดับ 600 เมตรจากน้ำทะเล(ประมาณ 1,986 ฟุต) ไปใช้เวลาแสนสบายท่ามกลางเหล่าพรรณไม้ที่จังหวัดโทจิงิกันเถอะ!


หน้าร้อนของโทจิงิ “Pottering” เที่ยวชมด้วยจักรยานก็น่าสนุก!

เดินเล่นปั่นจักรยานใจเขตนาสุ

กีฬาปั่นจักรยานได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดโทจิงิ สมกับที่เป็นบ้านของทีมนักแข่งจักรยานอาชีพ จังหวัดโทจิงิมีการทำเส้นทางจักรยานที่ปั่นได้ง่าย และยังสามารถเช่าจักรยานสปอร์ตไซเคิลที่เก๋ไก๋ได้อย่างสบายใจอีกด้วย

จักรยานให้เช่าก็มีพร้อม
Nasu Blasen Base ที่ทีมนักแข่งจักรยานอาชีพ Nasu Blasen กำกับดูแล

ที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มหัดปั่นจักรยานและนักท่องเที่ยวคือ Pottering(พ็อตเตอริ่ง) การปั่นจักรยานเดินเล่นเพื่อเที่ยวชมเมืองหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอย่างสบายๆ ในจังหวัดโทจิงิมีหลายตำบลและอำเภอที่จัดเตรียมจักรยานให้เช่าไว้ เช่น ตำบลนาสุมาจิ(Nasumachi)ที่มีชื่อเสียงในฐานะรอยัลรีสอร์ทที่มีที่พำนักของเชื้อพระวงศ์ นอกจากจะมีจักรยานให้เช่าแล้ว ในตำบลยังมีจุดจอดจักรยานเตรียมไว้หลายจุด สามารถพ็อตเตอริ่งชมเมืองที่ราบสูงอันอุดมสมบูรณ์ได้อย่างสบายใจ

ทิวทัศน์ท้องทุ่งที่เงียบสงบ

สถานีนาสุชิโอบาระ(Nasushiobara) ซึ่งเป็นประตูหน้าของเขตนาสุ ห่างจากสถานีอุซึโนมิะด้วยรถไฟชินคังเซ็นเพียงสถานีเดียว(ประมาณ 15 นาที) เมื่อพ้นจากหน้าสถานีก็จะพบทัศนียภาพสีเขียวชอุ่มทอดตัวอยู่ตรงหน้า สามารถปั่นเที่ยวตามแผนที่ชอบได้ เช่น มองดูวัวเล็มหญ้า หรือแวะชมพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ หรือหอศิลป์กระจกสเตนกลาส

“นาสุเบ็น” ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น
นอกจากนี้ยังมีร้านที่สามารถลิ้มลองความอร่อยของวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่นได้ ในรูปคือ “นาสุเบ็น(Nasuben)” เมนูอาหารกลางวันของจุดแวะพัก(Michi no eki) “นาสุโคเง็นยูไอโนะโมริ(Nasukogen Yuai No Mori)”
ทุ่งดอกทานตะวัน
ตรงกลางคือ คิวอาโอกิเขะนาสุเบ็ตเทอิ(Kyu Aoki-ke Natu Bettei; คฤหาสน์ตากอากาศเก่าของตระกูลอาโอกิในนาสุ) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของชาติ จากดาดฟ้าสามารถมองเห็นภูเขาที่อยู่ไกลลิบและทุ่งดอกไม้ได้

ในเขตนาสุ มีชื่อเสียงเรื่องความงามของดอกไม้ในแต่ละฤดู เช่น ดอกซึสึจิของฤดูใบไม้ผลิ และดอกรินโดของฤดูใบไม้ร่วง ที่แนะนำสำหรับฤดูร้อน คือ ทุ่งดอกไม้ของจุดแวะพัก* “เมย์จิโนะโมริ คุโรอิโสะ(Meiji No Mori Kuroiso)” ของอำเภอนาสุชิโอบาระซึ่งอยู่ติดกับตำบลนาสุมาจิ ในฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยดอกทานตะวันเหลืองอร่าม

*เป็นสถานที่ที่สามารถพักผ่อน หาข้อมูลท่องเที่ยวในท้องถิ่น หรือซื้อของฝากได้ มีกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง

สามารถชมการแข่งขันอันเร่าร้อนของนักปั่นมือชั้นยอดได้ในเมือง
©Yuzuru SUNADA/JAPAN CUP CYCLE ROAD RACE Executive Committee

การจับคู่ระหว่างโทจิงิกับจักรยานยังมีชื่อเสียงในระดับโลกอีกด้วย “Japan Cup Cycle Road Race” ที่จัดในอำเภออุซึโนมิยะในเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นการแข่งขันเดียวแบบ One Day Race ของเอเชียที่ถูกจัดอยู่ในแรงก์สูงสุดของสมาคมแข่งจักรยานนานาชาติ(UCI; Union Cycliste Internationale) ในวันก่อนหน้าแข่งจริงจะมีการจัดการแข่งพิเศษที่เรียกว่า “CRITERIUM”ซึ่งนักปั่นแถวหน้าระดับโลกจะปั่นไปทั่วตัวอำเภออุซึโนมิยะ เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะได้ชมการแข่งขันอันดุเดือดของเหล่าดาวนักปั่นทรงพลังในเมือง

ราวกับวิหารใต้พิภพ! ช่องวางใต้ดินขนาดมหึมาจนต้องตกใจ

พื้นที่ขนาดใหญ่ใต้ดิน
©OYA HISTORY MUSEUM

หินโอยะ(Oyaishi) ที่ขุดได้จากในตำบลโอยะมาจิของอุซึโนมิยะ สามารถแปรรูปได้ง่ายและทนไฟ จึงถูกใช้สร้างกำแพงหรือโกดังอย่างแพร่หลาย ประวัติศาสตร์แห่งการขุดเจาะหินตั้งแต่ปี ค.ศ.1919-1986 ปัจจุบันเปิดเป็น “พิพิธภัณฑ์โอยะชิเรียวคัง(Oya History Museum)” ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม

ภายในเหมือนวิหารใต้ดิน
อุณหภูมิเฉลี่ยภายในคือ 8℃(ประมาณ 46℉) แม้จะเป็นฤดูร้อนแต่ก็อย่าลืมนำเสื้อคลุมติดไปด้วย ©OYA HISTORY MUSEUM

พื้นที่ว่างใต้ดินขนาดยักษ์กว้างถึง 2หมื่นตารางเมตร(ประมาณ 215,278ตารางฟุต) และมีความลึกเฉลี่ย 30 เมตร(ประมาณ 98 ฟุต) ทำให้ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนต้องมนต์เสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร และ PV ของนักร้องยอดนิยมของญี่ปุ่นหลายครั้งและยังเคยใช้เป็นที่จัดแสดงคอนเสิร์ตและงานศิลป์อีกด้วย จากสถานที JR Utsunomiya ถึงพิพิธภัณฑ์โอยะชิเรียวคัง นั่งรสบัสประมาณ 30 นาที อยากให้ลองไปดู

ร้านของพิพิธภัณฑ์ที่สามารถซื้องานแกะสลักหินโอยะซึ่งเป็นสินค้าท้องถิ่นได้

ที่ “OYA MUSEUM ROCKSIDE MARKET” ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์โอยะชิเรียวคัง เป็นร้านพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดหลังจากปิดปรับปรุงใหม่เมื่อเดือนเมษายน 2016 งานแกะสลักหินโอยะเช่นที่รองแก้ว หรืองานเครื่องเผามาชิโกะยากิ(Mashikoyaki)ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ ROCKSIDE MARKET เหมาะที่จะเป็นของที่ระลึก และยังสามารถรับประทานอาหารในคาฟ่ที่อยู่ภายในได้อีกด้วย

เดินเที่ยวมรดกโลกของนิกโก้ในชุดกิโมโนเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่น

เดินชมมรดกโลกด้วยชุดกิโมโน
©Nikko Utakata Kimonoshop

“ทดลองสวมกิโมโน” ที่สวม กิโมโน เครื่องแต่งกายตามประเพณีของญี่ปุ่นเดินเที่ยว ไดรับความนิยมในนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ “การทดลองสวมกิโมโน” ทำได้ให้หลายสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่น แต่ที่นิกโก้(Nikko)นี้พิเศษออกไป

นิกโก้เป็นประตูไปสู่มรดกโลก ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้ ที่นี่สามารถเที่ยวชมสถาปัตยกรรมกว่า 103 หลัง(สมบัติชาติ 9 หลัง, สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของชาติ 103 หลัง) เช่น คาระมง(Karamon)ของนิกโก้โทโชงู(Nikko Toshogu) และทัศนียภาพอันอุดมสมบูณ์ในชุดกิโมโนได้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมที่สามารถเดินบนสะพานเทพ “ชินเคียว(Shinkyo)” ที่ถือเป็น “ประตูหน้า” ของศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้ ที่ปกติไม่เปิดให้เดินได้อีกด้วย

สามารถเดินบนชินเคียวที่ปกติไม่เปิดให้ข้ามได้
©Nikko Utakata Kimonoshop

วิธีการใส่ชุดกิโมโนกำหนดมาแต่โบราณว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤษภาคม จะสวมแบบอาวาเสะ(Awase) ที่มีผ้าซับใน และตั้งแต่เดือนมิถุนายนจะเป็นฮิโตเอะ(Hitoe) ที่ไม่มีผ้าซับใน ส่วนเดือนกรกฏาคม-สิงหาคมซึ่งเป็นกลางฤดูร้อนจะใช้เนื้อผ้าฉะ(Sha)หรือโระ(Ro) ซึ่งเป็นผ้าที่ทอสำหรับหน้าร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิโมโนสำหรับฤดูร้อน ซึ่งคนญี่ปุ่นเองก็มีโอกาสสวมใส่น้อย แต่ที่นิกโก้จะสามารถลองสวมใส่ได้อย่างสบายใจ การได้สัมผัสกับกิโมโนซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับฤดูกาล ก็เป็นเสน่ห์อีอย่างเช่นกัน

ไปนิกโก้ก็อยากลิ้มรสสักครั้ง ของหวานแนะนำในฤดูร้อน

น้ำแข็งไสจากน้ำแข็งธรรมชาติ

ของหวานที่อยากทานในช่วงอากาศร้อนคือน้ำแข็งไส เป็นของหวานเย็นดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ในบรรดาของหวานเหล่านั้น น้ำแข็งไสที่ทำจากน้ำแข็งธรรมชาติ ซึ่งใช้น้ำผุดมาค่อยๆทำเป็นน้ำแข็งด้วยความเย็นในฤดูหนาว มีเนื้อละเอียดและรสชาตินุ่มนวลมาก

การทำน้ำแข็งธรรมชาติ ต้องใช้น้ำผุดคุณภาพดีและอุณหภูมิ -7℃~-8℃(19.4-17.6℉) และต้องอยู่ในที่ที่ไม่ถูกแสงอาทิตย์ และเพื่อสร้างน้ำแข็งที่มีคุณภาพเยี่ยม ต้องเริ่มตั้งแต่เตรียมดินเพื่อสร้างบ่อทำน้ำแข็ง ซึ่งมีขั้นตอนมากและยุ่งยาก ทำให้ผู้ผลิตน้ำแข็งธรรมชาติซึ่งอดีตเคยมีมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันเหลือเพียง 5 แห่งเท่านั้น 3แห่งในนั้นอยู่ที่นิกโก้ ทำให้ในตัวอำเภอนิกโก้มีร้านที่สามารถลิ้มลองน้ำแข็งไสจากน้ำแข็งธรรมชาติได้มากมาย ตำแหน่งร้านสามารถสอบถามได้จากศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวในสถานทีJR Nikko และ Tobu Nikko

มีเครื่องทอปปิ้งและน้ำเชื่อมสำหรับราดบนน้ำแข็งไสมากมายหลายชนิด และมีจุดเด่นแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน ที่แนะนำสำหรับฤดูร้อนคือ น้ำเชื่อมซึ่งใช้สตรอเบอร์รี่แบรนด์ที่กำเนิดในโทจิงิ “โทจิโอโตเมะ(Tochiotome)” ลองน้ำเชื่อม “เลมอนกิวนิว(Lemon Gyunyu; นมเลมอน)” ซึ่งมีผลิตภายในจังหวัดโทจิงิเท่านั้น ก็น่าจะเป็นความทรงจำในการท่องเที่ยวที่ดีอีกอย่างได้

เพลิดเพลินกับวิธีจับปลาแบบดั้งเดิมและปลาอายุ สัญลักษณ์แห่งฤดู

ทำนบจับปลาแบบโบราณ

ปลาอายุซึ่งอาศัยในกระแสน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ เป็นปลาแม่น้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ปลาอายุสดใหม่ที่กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เป็นสัญลักษณ์ประจำฤดูที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบมาตั้งแต่โบราณ ตั้งแต่เดือนมิถุยายน-กรกฏาคม จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่เขตแม่น้ำนากางาวะ(Nakagawa) ที่ไหลกลางจังหวัดโทจิงิ สามารถทดลองจับปลาแบบโบราณ*ยานะเรียว(Yanaryo)ได้ และลองทานอาหารจากปลาอายุได้

*การจับปลาโดยสร้าง “ยานะ(Yana; ทำนบกั้นน้ำ)” ในแม่น้ำด้วยไม้หรือไผ่ แล้วรอให้ปลาว่ายตามน้ำมาติดกับ

1 ในทำนบจับปลา “คุโรบาเนะ คังโคยานะ(Kurobane Kankoyana)” (Tochigi, Otawara-shi) ที่นี่จะเริ่ม “อายุยานะ(Ayuyana; ทำนบอายุ)”ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฏาคม สามารถชมกระแสน้ำบริสุทธิ์ ไปพร้อมกับลิ้มลองปลาอายุย่างเกลือที่ย่างด้วยถ่านได้

สนุกสนานกับทำนบจับปลาและลิ้มลองปลาอายุย่างเกลือ

“ทาคาเซะ คังโคยานะ(Takase Kankoyana)” ในตำบลนากางาวะมาจิ จังหวัดโทจิงิ เป็นทำนบที่ใหญ่ที่สุดในแม่น้ำนากางาวะ สามารถทดลองจับปลาบนทำนบได้ด้วย

จังหวัดโทจิงิในช่วงฤดูร้อนถึงใบไม้ร่วง เหมาะที่จะท่องเที่ยวแบบแอคทีฟ เดิน กิน เล่น แล้วไปเต็มอิ่มกับเสน่ห์ของโทจิงิกันเถอะ!