ทริปพักผ่อนเพลิดเพลินกับนาระเมืองโบราณ 1,300 ปีและโอซาก้าเมืองการค้าอันครึกครื้น [หัวข้อพิเศษ]

เดินชมมรดกโลกในกรุงเก่านาระ

ในจังหวัดนาระ (奈良; Nara) ซึ่งเคยเป็นเมืองเอกของญี่ปุ่นเมื่อ 1,300 ปีก่อนยังมีมรดกทางวัฒนธรรมมากมายหลงเหลือให้ได้ชื่นชม เช่น วัดและศาลเจ้า 6 แห่งอันเป็นสมบัติประจำชาติ โบราณสถานการก่อตั้งเมืองหลวงเมื่อค.ศ. 710 “เฮอิโจเคียว (平城京; Heijokyo)” และป่าต้องห้ามที่ไม่ให้มีการล่าสัตว์และตัดไม้มานานกว่า 1,000 ปี “คาสุงะยามาเง็นชิริน (春日山原生林; Kasugayamagenshirin)” สถานที่เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ในค.ศ.1998 ในฐานะ “อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นาระโบราณ (古都奈良の文化財; Historic Monuments of Ancient Nara)”

ตลอดเส้นทางเดินจากสถานีรถไฟคินเท็ตสึนาระหรือ JR นาระไปจนถึงสวนสาธารณะนาระมีกวางอาศัยอยู่มากถึง 1,100 ตัว ที่นี่กวางได้รับการคุ้มครองอย่างดีในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้รับใช้เทพแห่งศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ (春日大社; Kasugataisha) อันเป็นมรดกโลก ที่สวนสาธารณะนาระนี้สามารถเยี่ยมชมวัดและศาลเจ้า 3 จาก 6 แห่งที่เป็นมรดกโลกของจังหวัด

เดินชมมรดกโลกแห่งนาระด้วยตนเอง

การเดินทางสู่สถานีคินเท็ตสึนาระ (近鉄奈良駅; Kintetsu Nara) มีความสะดวกสบาย โดยใช้เวลาเพียง 40 นาทีด้วยรถไฟด่วนจากสถานีเกียวโต (京都駅; Kyoto) หรือโอซาก้านัมบะ (大阪難波駅; Osaka-Namba) เมื่อเดินจากสถานีคินเท็ตสึนาระเพียง 5 นาทีก็จะมองเห็นเจดีย์ห้าชั้นของวัดโคฟุคุจิ (興福寺; Kofukuji) สมบัติชาติที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม ชมความงามของเจดีย์ห้าชั้นที่สะท้อนบนผิวบ่อน้ำก่อนเดินต่อไปยังศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ

วิหารสีชาดอันงดงามของศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ (ก่อตั้งเมื่อค.ศ.768) สร้างขึ้นเพื่อขอพรให้เทพปกป้องคุ้มครองเมืองหลวงและเพื่อความรุ่งเรื่องของผู้คน ศาลเจ้าเป็นที่นับถือบูชาทั้งจากเหล่าขุนนาง นักรบไปจนถึงชาวบ้าน มีเสาตะเกียงหินและโคมไฟมากมายถูกนำมาเป็นเครื่องสักการะที่นี่

ในวันที่14-15 สิงหาคมและวันเซ็ทสึบุงในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี (節分; Setsubun วันเซ็ทสึบุงคือวันก่อนวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ตรงกับช่วงวันที่ 4 ก.พ.ของทุกปี) ภายในศาลเจ้าคาสุงะจะมีพิธี “มันโทโร (万燈籠; Mantoro)” โดยจุดโคมไฟในศาลเจ้าเพื่อเป็นการถวายไฟศักดิ์สิทธิ์แด่เทพเจ้า ภาพของโคมไฟกว่า 3,000 ดวงสร้างบรรยากาศงดงามราวกับอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ การชมลวดลายของโคมไฟที่หลากหลาย เช่น กวางหรือดอกไม้ใบหญ้าก็เป็นเพลิดเพลินไปอีกแบบ

ในบริเวณที่เดินต่อจากศาลเจ้าคาสุงะไทฉะต่อไปยังวัดโทไดจิ (東大寺; Todaiji) มรดกโลกอีกแห่งจะพบกับกวางที่อาศัยอยู่มากมาย การให้อาหารกวางด้วยอาหารเฉพาะที่จัดไว้เป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเหล่ากวางและได้ถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

ห้ามให้อาหารอื่นนอกจาก “ชิกะเซ็มเบ้ (鹿せんべい; Shika senbei เซ็มเบ้กวาง)” ซึ่งเป็นอาหารเฉพาะที่จัดไว้ หากไปเซ้าซี้มากๆ กวางจะโกรธได้ต้องระวังให้ดี

อารามใหญ่ของวัดโทไดจิ (ก่อตั้งเมื่อค.ศ.751) เป็นอาคารไม้ที่มีความใหญ่โตระดับโลก พระใหญ่ (สูง 15 เมตร) ที่ทำให้ผู้เยี่ยมสักการะต้องตื่นตะลึงกับความอลังการ สร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความรโหฐานของจักรวาลอันไร้ขอบเขต และความหวังที่จะให้การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ในวงกว้าง

(c)Akihiko Kimura
กล่าวกันว่าถ้าได้อาบสะเก็ดไฟจากคบเพลิงจะมีสุขภาพดี

จากอารามนิงัทสึโด (二月堂; Nigatsudo) ที่อยู่บนเนินทางตะวันออกของอารามพระใหญ่ สามารถชมทัศนียภาพเหนือเมืองนาระได้ เป็นสถานที่ที่ปรากฏใน “ชุนิเอะ” และ “โอมิซึโทริ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต้นฤดูใบไม้ผลิประจำนาระ

“ชุนิเอะ (修二会; Shunie)” ที่จัดขึ้นในวันที่ 1-14 มีนาคมของทุกปี เป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่นักบวชจะทำการสารภาพล้างบาปแทนผู้คนและขอพรเพื่อความสงบสุขรวมถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็นพิธีที่เริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ.725 และดำเนินมาอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด เวลากลางคืนในช่วงพิธีกรรม นักบวช 11 รูปจะจุดไฟบนคบเพลิงขนาดใหญ่ที่สูงถึง 6 เมตรและสวดมนต์ไปจนถึงกลางดึก เปลวเพลิงขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างในความมืดเป็นภาพที่มีมนต์ขลังและควรไปชมสักครั้ง (ตลอดช่วงพิธีกรรม 19:00~, 12 มี.ค. 19:30~, 14 มี.ค. 18:30~ ไม่ต้องจอง) บทสวดที่ใช้ในพิธีกรรมนี้คือ “โชเมียว (声明; Shomyo บทสวดของศาสนาพุทธที่สืบทอดมาจากจีน)” ที่พระสงฆ์ในศาสนาพุทธสวด เสียงสวดที่ไพเราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางวัดได้จัดทำเป็น CD จำหน่ายด้วย ในคืนวันที่ 12 (วันที่ 13 เวลา 01:30) นักบวชจะทำพิธีวักน้ำจากบ่อใต้อารามนิงัทสึโดเพื่อบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม เรียกว่าพิธี “โอมิซึโทริ (お水取り; Omizutori)”

สำหรับการพักแรมที่นาระ ลองไปพักผ่อนหย่อนใจในโรงแรมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ในสวนสาธารณะนาระ ตัวโรงแรม Nara Hotel ที่สร้างขึ้นในค.ศ.1909 ในฐานะ “เรือนรับรองแห่งคันไซ” เป็นที่พักที่มีชื่อเสียงด้วยความคลาสสิกจากทรงอาคารสไตล์ตะวันตกที่ผสมผสานกับดีไซน์แบบญี่ปุ่นและการบริการที่เอาใจใส่ ที่นี่เคยรับรองผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ชาร์ลี แชปลิน และอัลเบิร์ต ไอสไตน์

เพดานที่สูงถึง 4.3 เมตร ให้ความรู้สึกโอ่โถงสบายเหมาะแก่การพักผ่อน
ต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยเทคโนโลยีระบบน้ำใหม่ล่าสุด

Nara Hotel ได้รับคำชื่นชมจากบรรดาแขกผู้เข้าพักว่า “เวลาที่นี่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ” ที่นี่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียดรวมถึงห้องอาบน้ำและสุขาในห้องพัก หนึ่งในความเอาใจใส่ของโรงแรมก็คือ “TOTO Washlet ®” ฝารองนั่งสุขภัณฑ์ที่ให้สัมผัสอบอุ่นและน้ำอุ่นที่ทำให้สามารถชำระล้างได้อย่างสบายแม้ในฤดูหนาว สุขภัณฑ์พร้อมคุณสมบัติการชำระล้างด้วยน้ำอุ่นนี้เป็นที่แพร่หลายในครัวเรือนญี่ปุ่นถึง 80% (*) และยังติดตั้งในโรงแรมที่พัก ตู้รถไฟชินคังเซ็นรุ่นใหม่ รวมถึงสถานที่สาธารณะหลายแห่ง ความสะดวกสบายนั้นเป็นสิ่งที่ต้องลองสัมผัสด้วยตนเอง มาลองสัมผัสความสบายนี้ในทริปท่องเที่ยวญี่ปุ่นดูสักครั้งนะ

*(สำนักรัฐมนตรี: ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ค.ศ.2017)

เที่ยวเล่นที่จุดท่องเที่ยวล่าสุดในโอซาก้าเมืองพาณิชย์

ถัดจากนาระก็คือโอซาก้า จากนาระไปยังโอซาก้าสามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR หรือคินเท็ตสึ (Kintetsu) โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง รับประทานอาหารเช้าอย่างไม่ต้องรีบร้อนแล้วค่อยออกเดินทางก็ยังสามารถเที่ยวชมโอซาก้าได้อย่างเต็มที่

โอซาก้ารุ่งเรืองจากการเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้ามาตั้งช่วงศตวรรษที่ 17 ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซทำให้การเข้าถึงตัวเมืองง่ายสะดวกสบาย ปัจจุบันโอซาก้ายังคงเป็นเมืองศูนย์กลางที่ครึกครื้นทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น สวนสาธารณะปราสาทโอซาก้า (大阪城公園) เป็นที่ตั้งของราสาทโอซาก้าซึ่งก่อสร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 และถูกสร้างขึ้นใหม่ ที่นี่จะสามารถชื่นชมภาพของปราสาทและเมืองสมัยใหม่ท่ามกลางธรรมชาติ เช่น ดอกซากุระหรือใบไม้แดงได้

“MIRAIZA OSAKA-JO” ที่เปิดให้บริการในเดือนตุลาคม ค.ศ.2017 เป็นศูนย์การค้าที่ปรับปรุงมาจากสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ วิวจากภัตตาคารที่อยู่บนดาดฟ้าในตอนทดลองเปิดบริการว่ากันว่า “ราวกับจะเอื้อมถึงปราสาทโอซาก้าที่ประดับไฟสวยงาม” เลยทีเดียว ทำให้ผู้คนตั้งตารอการเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม ค.ศ.2018

เดินเล่นไปตามแนวคลองชั้นใน (内堀; Uchibori) ตามเข็มนาฬิกาโดยเริ่มต้นจาก MIRAIZA OSAKA-JO ตามแนวคลองชั้นในจะสามารถชมกำแพงหินที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและยังสามารถล่องเรือชมเงาสะท้อนของยอดปราสาทที่หรูหราบนผืนน้ำในคลองได้อีกด้วย

“JO-TERRACE OSAKA” ที่เชื่อมกับสถานี JR โอซากะโจโคเอ็น (JR大阪城公園; JR Osakajo koen) เปิดบริการเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2017 ที่นี่มีโฟโต้สป็อตที่สามารถถ่ายรูปที่ระลึกกับภาพนักรบในศตวรรษที่ 16 ได้ด้วย

เมืองโอซาก้ามุ่งมั่นที่จะเป็น “เมืองที่สนุกสนานได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ที่ “JO-TERRACE OSAKA” นี้จึงมีร้านอาหารที่ให้เปิดให้บริการถึง 24 นาฬิกา (เที่ยงคืน) หลายร้าน นอกจากนี้ในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ.2018 ยังมีกำหนดจะเปิดโรงละครและเวทีกลางแจ้งที่สามารถชมการแสดงหลากหลาย เช่น นาฏศิลป์โบราณอย่างคาบุกิ หรือโชวนินจา ได้อีกด้วย

เทศกาลประจำฤดูที่สนุกได้ในโอซาก้า

ซากุระโนะโทรินุเกะ

ที่โอซาก้ามีอีเวนท์ที่ไม่สามารถพบเห็นได้ที่อื่นมากมาย เช่น ทางเดินลอดซากุระ หรือ “ซากุระโนะโทรินุเกะ (桜の通り抜け; Sakura no toorinuke)” ที่อยู่ภายในบริเวณของโรงกษาปณ์ซึ่งเปิดให้เข้าชมซากุระหลากหลายพันธุ์ได้ (กลางเดือนเมษายนของทุกปี) หรืองานเทศกาล “เทนจินมัตสึริ (天神祭; Tenjinmatsuri)” ที่มีชื่อเสียงด้วยพิธี “ฟุนะโทะเงียว (船渡御; Funatogyo)” ซึ่งจะล่องเรือที่อัญเชิญที่ประทับของเทพเจ้าข้ามแม่น้ำ ลองตรวจสอบอีเวนท์หรือเทศกาลที่อยากไปก่อนออกเดินทางจากเว็บไซต์ด้านล่างนี้


สำหรับการพักผ่อนที่โอซาก้า เชิญที่ “Osaka Marriott Miyako Hotel” ที่มีถึง 360 ห้องพักบนชั้น 38 ถึงชั้น 57 ใน “Abeno Harukas” อาคาร 60 ชั้นซึ่งสูงที่สุดในญี่ปุ่น ห้องพักทุกห้องมีผนังเป็นหน้าต่างบานใหญ่ทั้งแต่พื้นจรดเพดาน เชิญพักผ่อนและดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพยามค่ำคืนของโอซาก้า

สามารถชมทิวทัศน์ขนาดแช่น้ำได้

ที่ Osaka Marriott Miyako Hotel นี้ก็สามารถสัมผัสถึงการพักผ่อนแสนสบายและวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นผ่านห้องอาบน้ำได้เช่นกัน ภายในห้องอาบน้ำที่สามารถชมทิวทัศน์ภายนอกได้ถูกจัดสรรเป็นสัดส่วนทั้งอ่างแช่น้ำและพื้นที่สำหรับล้างตัว นอกจากนี้อ่างยังมีความโอ่อ่าสามารถแช่ได้ทั่วถึงไหล่ สาหรับโถสุขภัณฑ์ก็มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและกาจัดสิ่งสกปรกซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ด้วยน้าบริสุทธิ์

ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ต่างได้รับการยอมรับจากทั้ง Nara Hotel และ Osaka Marriott Miyako Hotel ซึ่ง “TOTO Washlet®” ที่วางจำหน่ายในค.ศ.1980 เป็นแนวคิดความรื่นรมย์มาสู่ห้องสุขาของญี่ปุ่น ทำให้ผู้ใช้นำผลิตภัณฑ์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่อาศัยจนผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับแพร่หลาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของญี่ปุ่น ลองไปสัมผัสกับช่วงเวลาแสนสบายในห้องน้ำแบบญี่ปุ่นในโรงแรมที่เอาใจใส่ทั้งความสะอาดและความสะดวกรื่นรมย์ของผู้ใช้ดูสักครั้ง

วัฒนธรรมของญี่ปุ่นและช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายที่พบได้ที่นาระและโอซาก้าจะกลายเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม เมื่อไปเยือนญี่ปุ่นต้องลองไปสัมผัสสักครั้ง!